ไม่ได้ทำให้ “คนจนหมดประเทศ” แต่จะทำให้ “คนทั้งประเทศจนหมด”

4 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ “คนจนหมดประเทศ” แต่จะทำให้ “คนทั้งประเทศจนหมด”

มีคนเคยพูดไว้ว่า “คนจนจะหมดประเทศ” แต่สิ่งที่หน่อยและพรรคเพื่อไทยได้พบในเวทีต่างๆ ที่เราไปมาทั่วทั้งประเทศ ถือเป็นเทปคนละม้วนกับคำกล่าวนี้

พี่น้องประชาชนเข้ามากอดเรา ขอสัมผัสมือกับเรา แล้วเล่าความทุกข์ให้เราฟังว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา ชีวิตของพวกเขาย่ำแย่ลงอย่างไร โดยเฉพาะรายได้ที่หายไปจากกระเป๋า สวนทางกับ “ตัวเลขทางเศรษฐกิจ” ที่ผู้มีอำนาจพยายามโฆษณาว่า โตวันโตคืน

ตลกร้ายในคำพูดของผู้มีอำนาจ ดูไม่ยาก ดูได้จากข้อมูลของ “สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง”

ในปี 2560 มีผู้ลงทะเบียนคนจนกว่า 11.4 ล้านคน
ในปี 2561 มีผู้ลงทะเบียนคนจนเพิ่มอีกกว่า 3.1 ล้านคน
เฉพาะสองยอดนี้ มีผู้ลงทะเบียนคนจนรวม 14.5 ล้านคน

สอดคล้องกับตัวเลขของ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” ที่ตอกย้ำถึงวิกฤติเศรษฐกิจที่คนทุกระดับชั้นเผชิญอยู่ได้ดี

4 ปีที่ผ่านมา…
หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1.79 ล้านล้านบาท สู่ระดับ 12.3 ล้านล้านบาทในปีปัจจุบัน

ธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจขนาดกลางต่างประสบปัญหาอย่างหนัก เห็นได้จากตัวเลขหนี้เสีย SMEs ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 9.1 หมื่นล้านบาท สู่ระดับ 2.29 แสนล้านบาทในปีปัจจุบัน

หนี้เสียเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1.79 หมื่นล้านบาท สู่ระดับ 5.88 หมื่นล้านบาทในปีปัจจุบัน

ต้องถามกลับว่า รัฐบาลนี้บริหารประเทศอย่างไร จึงทำให้มีคนจนเพิ่มขึ้นในประเทศมากขนาดนี้

คำที่พูดไว้ว่า “คนจนจะหมดประเทศ” จึงอาจต้องเปลี่ยนเป็น “คนทั้งประเทศจนหมด”

พี่น้องประชาชนกอดเราด้วยความไว้วางใจและความหวังว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง ปากท้องของพวกเขาจะกลับมาอิ่ม ชีวิตของพวกเขาจะได้รับโอกาสใหม่ๆ

หน่อยและทีมบริหารพรรคเพื่อไทย ขอย้ำตรงนี้อีกครั้งว่า ทุกความทุกข์ใจของพี่น้องประชาชน จะถือเป็นพันธกิจที่สำคัญของพรรคเพื่อไทย ว่าเราจะนำพาพี่น้องประชาชนออกจากวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้

#เร่งสร้างโอกาส
#เร่งสร้างรายได้
#เลือกนักบริหารมืออาชีพ
#อยู่กับเรากระเป๋าตุง

Post a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*